ควรใช้ผลิตภัณฑ์ ด็อกเตอร์’ส ซีเคร็ท เหล่านี้ตอนช่วงเวลาไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? 

ามารถใช้ผลิตภัณฑ์ ด็อกเตอร์’ส ซีเคร็ท ได้ทั้งเช้าและกลางคืนหรือไม่? และบางผลิตภัณฑ์ควรใช้เฉพาะตอนกลางคืนจะดีกว่าหรือเปล่า?”

การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยเสริมประสิทธิภาพได้สูงสุด และเร่งเส้นทางสู่ผิวใสโกลว์สวยแบบไม่ต้องพึ่งรองพื้น 

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ด็อกเตอร์’ส ซีเคร็ท ส่วนใหญ่สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่เรามีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดสำหรับผิวของคุณ

1. คลีนเซอร์ 1 & คลีนซิ่ง ครีม A1 

คลีนเซอร์ 1 & คลีนซิ่ง ครีม A1 

โดยทั่วไปเราแนะนำให้ทำความสะอาดผิวหน้า วันละ 2 ครั้ง คือในตอนเช้าและตอนกลางคืน 

คลีนเซอร์ 1 เป็นเจลล้างหน้าที่อ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้น ช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว พร้อมมอบคุณประโยชน์ในการปลอบประโลม ให้ผิวที่อ่อนล้าและตึงเครียดรู้สึกผ่อนคลาย 

ตอนเช้า

แม้ผิวของคุณอาจจะไม่ได้รู้สึกสกปรกมากในตอนเช้า แต่สำหรับผิวมันหรือผิวผสม อาจมีการผลิตน้ำมันส่วนเกินระหว่างที่นอนหลับ การล้างหน้าในตอนเช้าจึงช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดชื่น 

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวบอบบางมาก อาจเลือกเพียงล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือปรับระยะเวลาในการล้างหน้าให้สั้นลง ขึ้นอยู่กับความต้องการของผิว 

แม้เราจะชื่นชอบความรู้สึกผิวสะอาดสดชื่น แต่ควรระวังอย่าล้างหน้ามากเกินไป เพราะการล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไปอาจทำให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวหายไป และทำให้เกราะปกป้องผิวอ่อนแอลง การล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว 

หากคุณยังไม่แน่ใจว่ากำลังล้างหน้าอย่างถูกวิธีหรือไม่ ลองอ่านบทความนี้ดู

เคล็ดลับ: 

ใช้ ผ้ามิราโกล ร่วมกับ คลีนเซอร์ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิว ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถพิจารณาการผลัดเซลล์ผิวเดือนละ 1-2 ครั้งได้

ตอนกลางคืน

การทำความสะอาดผิวตอนกลางคืนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หลังจากที่ผิวเผชิญกับสิ่งสกปรก ความมัน มลภาวะ รวมถึงคราบเมกอัพหรือครีมกันแดดมาตลอดทั้งวัน การล้างหน้าอย่างล้ำลึกจะช่วยให้รูขุมขนได้หายใจสะดวก หากละเลยขั้นตอนนี้ อาจทำให้เกิดสิว รูขุมขนอุดตัน และผิวหมองคล้ำได้ 

แนะนำให้ทำความสะอาดแบบ 2 ขั้นตอน โดยเริ่มจาก คลีนซิ่ง ครีม A1 เพื่อขจัดเมกอัพหรือครีมกันแดดเบา ๆ จากนั้นตามด้วย คลีนเซอร์ 1 เพื่อทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด การล้างหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผิวพร้อมรับการบำรุงจากสกินแคร์ขั้นต่อไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   

2. ซันสกรีน 5 & ซันสกรีน 5 แมท  

ซันสกรีน 5 & ซันสกรีน 5 แมท 

คุณคงเคยได้ยินเราย้ำหลายครั้งแล้วว่า อย่าละเลยการปกป้องผิวจากแสงแดดในตอนกลางวัน! การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่เป็นอันตรายควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกิจวัตรประจำวันของคุณเสมอ

ตอนเช้า 

กิจวัตรประจำวันของคุณควรเน้นการปกป้องและป้องกันอยู่เสมอ ผิวของคุณต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม เช่น รังสียูวี แสงสีฟ้า และมลภาวะอยู่เสมอ ควรปิดท้ายกิจวัตรการดูแลผิวในตอนเช้าด้วยครีมกันแดดเสมอ ทั้ง ซันสกรีน 5 และ ซันสกรีน 5 แมท มีค่า SPF 30 ที่มีค่า PA++ ขึ้นไป เพื่อป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ตอนกลางคืน

ตอนกลางคืน เรามักจะทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จก่อนเข้านอน ผิวของเราจะได้รับแสงยูวีแรงๆ น้อยลง จึงไม่จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดในเวลานี้

3. สกินโกลว์ T3 

สกินโกลว์ T3

สกินโกลว์ T3 เซรั่มสูตรอ่อนโยนแต่ทรงประสิทธิภาพ ผลิตจากสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติและสารออกฤทธิ์ต่างๆ ช่วยให้ผิวหมองคล้ำกระจ่างใสขึ้น ปรับปรุงสภาพผิว และเสริมสร้างผิวให้แข็งแรงสุขภาพดีในระยะยาว 

ตอนเช้า

หากคุณใช้ สกินโกลว์ T3 เป็นประจำทุกเช้า การทาครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง! สกินโกลว์ T3 เข้มข้นด้วยสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วย AHA และ BHA เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ทั้งคณะกรรมาธิการยุโรปและองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หลังจากใช้ สกินโกลว์ T3 ในตอนเช้า เราขอแนะนำให้ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมอย่างน้อย 15 นาทีก่อนออกแดด

ตอนกลางคืน 

หากคุณกำลังมองหาวิธียกระดับกิจวัตรประจำวันของคุณ ช่วงเวลากลางคืนคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ สกินโกลว์ T3 ผิวของคุณจะเข้าสู่โหมดซ่อมแซมตามธรรมชาติในขณะที่คุณนอนหลับ ช่วยให้เซรั่มมีโอกาสทำงานได้อย่างมหัศจรรย์มากขึ้น ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และเผยผิวที่เรียบเนียนและเปล่งประกายยิ่งขึ้น 

เคล็ดลับ: 

หากคุณมีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย ลองใช้ สกินโกลว์ T3  ในปริมาณน้อยลงและผสมกับ สกินรีคอน T4 เพื่อให้ใช้ได้อย่างอ่อนโยนแต่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ 

4. อายครีม & ไวทาไลซิ่ง อาย มาส์ค 

อายครีม & ไวทาไลซิ่ง อาย มาส์ค

ผิวรอบดวงตาของคุณบอบบาง บอบบาง และเป็นหนึ่งในบริเวณแรกๆ ที่แสดงสัญญาณของความเหนื่อยล้าและริ้วรอย การดูแลอย่างตรงจุดด้วย อายครีม และ ไวทาไลซิ่ง อาย มาส์ค สามารถช่วยผ่อนคลาย เพิ่มความกระจ่างใส และกระชับผิวรอบดวงตาได้ 

ตอนเช้า

ในตอนเช้า ทาอายครีมปริมาณเล็กน้อยเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทาครีมกันแดด สูตรบำรุงแต่ซึมซาบเร็วนี้ เข้ากันได้ดีกับเครื่องสำอางและช่วยให้ใต้ตาดูสดชื่นตลอดวัน 

ตอนกลางคืน 

นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปรนนิบัติผิวรอบดวงตาอย่างครบวงจร เริ่มต้นด้วยการพอกแผ่นมาส์กรอบดวงตา ไวทาไลซิ่ง อาย มาส์ค ทิ้งไว้ 15-20 นาที เพื่อให้เซรั่มเข้มข้นซึมซาบล้ำลึกและมอบความสดชื่นให้กับดวงตาที่เหนื่อยล้า หลังจากลอกแผ่นมาส์กออกและตบเบาๆ ให้เอสเซนส์ที่เหลืออยู่ซึมซาบลงสู่ผิวแล้ว ให้ตามด้วยอายครีมเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวบอบบางรอบดวงตาตลอดคืน

เคล็ดลับ: 

ใช้นิ้วนางแตะผลิตภัณฑ์รอบดวงตาเบาๆ นิ้วนี้จะกดเบาที่สุดตามธรรมชาติ ช่วยหลีกเลี่ยงการดึงหรือยืดผิว 

ด้วยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณจะสังเกตเห็นดวงตาที่สดใส เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวที่ดูสดชื่นและเปล่งประกาย